Skip Navigation LinksDekTriam.net > กระทู้ 83144 - เรียนภาษาอังกฤษ...ข้อคิดจากทุนคิง (1)      Sign in   


Topic 83144


คน
เรียนภาษาอังกฤษ...ข้อคิดจากทุนคิง (1)

 

คนเขียนไม่ใช่นักเรียนทุน ทั้งไม่อาจหาญกล้าหวังว่าตนจะได้เป็นนักเรียนทุน

และที่สำคัญคนเขียนก็ไม่ได้รู้เรื่องภาษาอังกฤษอะไรนักหนา

กระนั้น ก็ยังแอบมีหวังเล็ก ๆ ว่า กระทู้นี้คงจะมีส่วนเปิดโลกภาษาอังกฤษโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อคิดที่คนเขียนได้สดับตรับฟังและสังเกตมาจากนักเรียนทุนทั้งหลาย และจะเป็นแนวทางให้แก่ผู้ที่ตั้งสัจจาธิษฐานว่าจะได้ทุนอันยอมรับกันทั่วไปว่าทรงเกียรติที่สุดในประเทศสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายนี้ (เน้นไปที่สายศิลป์ ซึ่งมีวิชาบังคับคือ writing และ translation) 

............................................

-- 1 --- 

จะท่องศัพท์ ต้องจับทางให้ถูก

โรงกวดวิชาไม่น้อย ทำให้นักเรียนที่เพิ่งเข้ามาสู่โลกของภาษาอังกฤษใหม่ ๆ ตื่นตาตื่นใจกับการประมวลศัพท์หมวด (ดังที่เรียกกันว่า ตระกูล) อันมหาศาล แล้วก็พลอยนึกไปว่าศัพท์ที่ตนรู้นั้นช่างวิเศษเสียนี่กระไร

การสะสมศัพท์นั้น มีระยะก่อตัวและเติบโตของมัน เฉกเช่นเดียวกับการเจริญเติบโตของชีวิต และหากไม่เข้าใจว่าตนมีฐานะวงศัพท์ระดับใดแล้ว จะเป็นอุปสรรคของความก้าวหน้ายิ่งกว่าเป็นตัวความก้าวหน้านั้นเอง

การสะสมศัพท์ในระยะแรก (ซึ่งก็คือการท่องศัพท์ไปอย่างเซื่อง ๆ) เราทำไปเพื่อเอื้อให้เราอ่านได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องเป็นธุระรำคาญเป็นพจนานุกรมทุกคำ ๆ ไป ประเด็นนี้เป็นข้อสำคัญมาก เราจะละเลยขั้นนี้ไปไม่ได้ และต้องหลุดจากขั้นนี้ไปให้ได้เช่นกัน

ขั้นต่อไปของการสะสมศัพท์คือเราต้องรู้จักการใช้ของมัน คำว่าการใช้นี้มีนัยที่ครอบคลุมมาก ตั้งแต่การผูกประโยค ผูกวลี (ดังที่มีพจนานุกรมจำพวกหนึ่งเกิดขึ้น... dictionary of collocation) ถ้าเป็นนามก็ต้องรู้ว่าเป็น countable หรือ un- ถ้าเป็น adjective ก็ต้องรู้ว่าไปจนถึงที่ทางในการใช้

ขั้นนี้ค่อนข้างเรียกร้องการอุทิศตัวยิ่งกว่าขั้นต้นหลายเท่า เพราะมันบังคับให้เราต้องอ่าน อ่าน text ที่เป็นอังกฤษจริง ๆ (ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องอ่านอย่างรู้หลักด้วย) ถ้าเพียงคุณเอาแต่ท่องศัพท์อย่างเชื่อง ๆ คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า faith ที่แปลกันว่าศรัทธาซึ่งคนส่วนมากคิดว่าเป็นแต่ uncountable ก็มีที่เป็นรูป faiths ทั้งยังมีความหมายแปลกออกไปด้วย คำตอบสุดท้ายของขั้นนี้มีคำเดียวคือคุณต้องอ่าน!  

ขั้นท้ายที่สุดของการสะสมศัพท์คือการนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเขียน หากขาดการฝึกฝนตรงนี้ ก็ง่ายที่เราจะถอยหลังกลับไปขั้นต้นอย่างน่าเสียดาย เมื่อเราได้ใช้ศัพท์นั้น ๆ ก็เท่ากับว่าเราได้ internalize ศัพท์นั้น พูดง่าย ๆ ว่ามันจะเข้ามาเป็นศัพท์ของเราจริง ๆ เราอาจจะพลิกแพลงใช้มันเพื่อสื่อสิ่งที่อยู่ในใจเราได้

ยกตัวอย่างคำว่าใหญ่โต เราอาจสร้างตระกูลของมันได้เช่นนี้

capacious, colossal, enormous, extensive, gigantic, immense,   massive, sizable, spacious,  vast

แต่จุดสำคัญในข้อสอบทุนเล่าเรียนหลวงโดยเฉพาะเมื่อเราต้องไปเขียนตอบนั้น การรู้เพียงว่าศัพท์กลุ่มนี้หมายความถึงใหญ่โต และไม่รู้ว่ามันมีที่ทางในการใช้เช่นไร ศัพท์ก้อนนี้ก็แทบจะกลายเป็นขยะไร้ค่าในทันที

สมมติเราต้องการเล่าว่า สิ่งที่หล่อหลอมมาเป็นตัวเราทุกวันนี้ ส่วนสำคัญได้มาจากการอ่านอย่างกว้างขวาง

i have read extensively. น่าจะเป็นคำที่เหมาะที่สุดสำหรับ กว้างขวาง ในบริบทนี้

หวังว่าตัวอย่างคงพออธิบายหลักเบื้องต้นได้พอควร

ครั้งนี้ คงพอไว้ที่เรื่องศัพท์ก่อน ในโอกาสต่อ ๆ ไปคงจะได้ลงลึกในส่วนของการอ่าน กระบวนการเขียน และการแปลตามลำดับ





วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 16:02:00
123
 
Reply 11


เงาะน้อย
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

ขอขอบคุณผู้ที่ตั้งกระทู้นี่และผู้ที่ให้คำแนะนำต่างๆเพิ่มเติมอย่างสูงครับ   ผมจะนำไปใช้แน่นอน ถ้าได้ผลในหนึ่งเดือน เดี๋ยวเลี้ยงพิซซ่าเลย

                                                      สัญญา " เงาะน้อย! "

                                                                   


วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 14:20:00

Reply 12


GlurBluRo0o
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

เยี่ยม !!

รออ่านต่อ..


วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 00:09:00

Reply 13


canon
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

โดยส่วนตัวแล้ว การอ่านเท็กซ์อังกฤษช่วยเยอะก็จริง แต่เวลาใช้งานโดยเฉพาะใช้ในมหาลัยเมืองไทยเนี่ย ถ้าคุณเข้าใจอังกฤษแต่อธิบายเป็นไทยไม่ได้ก็จบนะ

ปัญหานี้พบมากในนิสิตนักศึกษาทุกคณะที่ไม่ใช่อักษรฯ/ศิลปศาสตร์/มนุษยศาสตร์

ทางที่ดีกว่าคือ อ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่มีฉบับแปลไทยด้วยฝีมือชั้นครูที่เชื่อถือได้ (ในที่นี้ไม่นับแฮร์รี่พอตเตอร์ ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรลองไปอ่านเอาเอง) แล้วลองเทียบการใช้คำ สำนวน การแปล ระหว่างสองภาษา ซึ่งวิธีนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจและอธิบายเนื้อหาได้ดีกว่าอ่านภาษาอังกฤษอย่างเดียว

อย่างไรก็ตามแต่ ขอบคุณที่เอากระทู้นี้มาลง

ใครที่กำลังเรียนภาษาที่สาม สี่ ห้า ฯลฯ แล้วมีปัญหา น่าลองใช้วิธีการของเจ้าของกระทู้นะ


วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 02:57:00

Reply 14


timtim
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

for me, an afser, now i''m in america

i don''t really use the english grammar for my conversations much. first i came here, when i talked, i used to think about those comprecating stuff and it was so hard and difficult to talk. and truly fact that i just discovered, english doesn''t make any senses so that why it''s very hard for foreing people to fluent in english eventhough we have been study for 10 years but we still couldn''t use that all correct.

i used to study like remember vocabs'' meaning. that was the key of mine before i came but for now i think the most important thing is we have to know how to use the words we know not just only what those are.  

also i relize that for the scholarship, we do suppose to use all of them correctly. you don''t have to know so many magnificent words, just know how to make all simple little words to be nice and complete understanding.

:) take care guys


วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 12:20:00

Reply 15


ว๊ า ป [ บ ] อ ย !!
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

ประมาณนี้เลยเหมือนกันครับ

ย้อนไปนานหล่ะ ผมเป็นเด็กสายวิทย์ ได้แต่คำนวน เกลียดภาษามาก
เรื่องศัพท์เนี่ย ... หึหึ ไม่เคยท่องครับ

วิธีผมนะ เริ่มต้นจาก ฟัง พูด อ่าน เขียน
แต่ก่อนอ่าน text book เยอะมาก แต่ว่ามันเข้าสมองได้ช้ากว่าฟัง
ผมก็เลยหัด phonetics
เริ่มจากฟังเสียงที่ไม่เคยได้ยินให้ได้ แล้วก็ออกเสียงให้ถูก

มันจะช่วยเพิ่มทักษะการฟังมากๆเลยครับ
จากนั้นก็ดูทีวี ฟังเพลงเยอะๆ แล้วพยายามพูดตาม
ช่วงนี้จะได้ศัพท์ แกรมม่า ต่างๆมาเพียบ
ถ้าหูฟังได้จะรู้ว่าศัพท์นี้ใช้กับความหมายนี้ สถานการณ์นี้เป็นพหูพจน์ดีเปล่า
แล้วมันควรมี article ข้างหน้ามั้ย หรือใช้ prep. ตัวไหนดี

สำหรับผม เวลาฟังจะคิดภาพตาม หัดใช้สมองทั้ง 2 ด้านเยอะๆ
แล้วจะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ

ที่สำคัญของวิธีนี้คือได้สำเนียงครับ
ผมพยายามจะทิ้งอังกฤษสำเนียงไทย ที่ฝรั่งฟังไม่รู้เรื่อง t_t
แล้วตอนหลังก้การเขียนจะดีขึ้น
ผมจะเอา essay ที่ผมเขียนไปให้ writing center ตรวจอาทิตย์ละ 2 คร้งด้วย
เพราะบางครั้งที่มันงงไม่ใช่แค่ศัพท์แต่เป็นโครงสร้างของบทความที่เราวางไว้ไม่ดีครับ

ที่ต้องระวังคืออย่าเผลอเอาศัพท์กวนๆ
พวกในทีวีหรือเพลงพวก parental advisor ไปเขียน
จบเห่เลย ฮ่าๆ 

ตอนนี้ก็ยังมีจุดที่พลาดเยอะครับ
ผมเน้นฟังแล้วคุ้นเคยกับมัน ไม่เคยท่องจำครับ
มันก็เลยเป็นแบบนี้หล่ะ เหะๆ

ปล. ถ้าใครจะเน้นอ่าน text book
ลองคิดแบบเป็นภาพ ใช้สมอง 2 ด้านไปด้วยนะครับ
มันช่วยผมตอนเรียนได้เยอะเลย


วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 12:36:00

Reply 16


125 66
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

การอ่านอังกฤษ แล้วเข้าใจด้วยภาษาอังกฤษนั้นดีกว่าการรับภาษาอังกฤษมาแล้วแปลไทยให้เข้าใจในสมอง

เพราะนั่นทำให้การฟังเราช้า เพราะกระบวนการในการทำความเข้าใจมันหลายชั้น

เมื่อฝรั่งพูดเร็วๆ เราก็จะตอบไม่ทัน เพราะฟังอังกิด แปลไทย เข้าใจ คิดตอบไทย แปลอังกิด พูด ไม่ทันครับ

ต้องฟังอังกิด เข้าใจ คิด พูดอังกิด

วิธีการเข้าใจต้องคิดออกมาเป็นภาพครับ

เวลาเราเริ่มพูดอังกิดหลังจากเว้นวรรคมานานๆ อาจจะติดอาการแปลไทยก่อนเข้าใจ

แต่ลองพูดไปนานๆ เราจะเริ่มคิดแบบอังกิด

เคยเจอมาแล้ว ตอนไปนิวซีแลนด์

3 วันผ่านไป คิดเปนภาษาอังกิดตลอดเรย

 

เหมือนนักดนตรีบางคน

ที่เห็นโน้ตแล้วเล่นได้เลย

ว่าโนตหน้าตาแบบนี้ ช่องนี้ บรรทัดนี้ ให้ใช่นิ้วนี้กด

จะเป็นเร็วและดีกว่า มาแปลโนตว่า อ๋อ อันนี้โนตโดนะ โน้ตโดกดแบบนี้.....

 

วิธีนี้ อาจจะไม่เหมาะ สำหรับคนที่ต้องทำงานที่ต้องมีการแปลความ

ถ้าคุนต้องแปล ก็ต้องเรียนรู้การแปลอย่างงามๆด้วย

รู้ว่ารูปประโยค สำนวนภาษา ต้องแปลอย่างไรให้เป็นไทยแท้

และใช้คำอย่างไรให้เหมาะ

 

ป.ล. ขออภัยที่เขียนอังกิด พอดีขี้เกียจกดแคร่ อังกฤษ


วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 21:34:00

Reply 17


save
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

เป็นกระทู้ที่ดีเนอะ

เราไปเรียนกวดวิชา เราก็รู้แต่ความหมายอ่ะนะ

แล้วเราก็ไม่ว่าง + ไม่ขยันพอที่จะหาความรู้ ความหมายเจาะจงของแต่ละคำด้วยล่ะ

อื้ม ปิดเทอมจะพยายามแระกัน

พอดีเป็นเด็กสายวิทย์ ที่ไม่ได้มีใจรักอังกฤษเท่าไร เหะๆ


วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 22:37:00

Reply 18


TU68 in Idahoo
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

i like english a lot. it''s fun especially when i came here.^^

the more i use it, the better i get.

bring this topic up!!!!!!!! it''s helpful !!


วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 22:57:00

Reply 19


คน
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

อาจารย์สอ เสถบุตร นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าของพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยอันลือชื่อ เคยปรารภไว้ในคำนำแห่งหนังสือนั้น ๆ ว่า การเรียนในชั้นต้น comprehension ต้องมาเป็นประการแรก หากต้องการนำสารนั้น ๆ มาถ่ายทอดแก่คนอื่น translation ก็เป็นความจำเป็นประการต่อมา

ขอแนะให้อ่าน คำนำ ของพจนานุกรมทั้งสอง (ฉบับเต็ม--unabridged) จะได้ประโยชน์จากประสบการณ์ของผู้แต่งอย่างมาก

อาจารย์สอยังเคยแต่งหนังสือนอกไปจากพจนานุกรมอีกเล่มคือ ความยอกย้อนของภาษา


วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 15:47:00

Reply 20


TU68_in_USA
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

bring it up..!

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 01:19:00

123