Skip Navigation LinksDekTriam.net > กระทู้ 83633 - ข้อสอบที่ตะเลงพ่ายไม่น่าออก      Sign in   


Topic 83633


คน
ข้อสอบที่ตะเลงพ่ายไม่น่าออก

 

คุณเคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่า ในขณะที่วิชาอื่น ๆ มักอธิบายเนื้อหาวิชาของตนผ่านเหตุผลมูลฐานบางประการ พูดง่าย ๆ คือไม่ได้เรียนอะไรไปอย่างเลื่อนลอย (ดังที่เชื่อม tense เข้ากับสำนึกทางเวลา การอ่านนิยายฆาตกรรมลึกลับสอบสวน, หลักสมดุลเคมีของเลอ ชาเตอลิเยกับการปรับสภาพของระบบนิเวศหรือจนแม้ระบบเศรษฐกิจ ฯลฯ)

แต่วิชาภาษาไทย ดูเหมือนจะเป็นไม่กี่วิชาที่ให้เรียนอะไรก็ไม่รู้ แล้วไม่มีเหตุผลด้วยว่าทำไมต้องเรียนเรื่องนี้

for example, ...

หลายสำนักกวดวิชาสอนเรื่อง คำเป็น-คำตาย ว่า คำตายลงท้ายด้วย กบฏ (วิเศษซะไม่มี!!! นับเป็นหลักมหัศจรรย์ที่ทำให้ภาษาไทยเป็นเรื่องมีชีวิตขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาอีกครั้งได้)

แต่เคยคิดหรือไม่ว่า บรรดาครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ท่านกำหนดวางแบบเรื่อง คำเป็น-คำตาย มาให้เรียนทำไม?

(แน่นอน การเรียนอย่างฉาบฉวยฉิ่งฉับนอกจากจะไม่สอนเรื่องแนวลึกอย่างนี้แล้ว ยังแทบจะปิดกั้นการคิดต่ออย่างกลาย ๆ อีกด้วย)

ลองอ่าน excerpt จากลิลิตตะเลงพ่ายบทนี้ดู (จะให้ดีต้องอ่านออกเสียง หรือดีที่สุดก็ต้องอ่านอย่างทำนองเสนาะเลย)บางทีอาจจะเห็นได้ว่า การเรียนเรื่องคำเป็น-คำตาย อย่างน้อยก็มีจุดประสงค์บางอย่าง (คิดเอาเองนะจ๊ะ...)

     อุรารานร้าวแยก          ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ          ท่าวดิ้น

เหนือคอคชซอนซบ        สังเวช

วายชิวาตม์สุดสิ้น            สู่ฟ้าเสวยสวรรค์





วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 22:58:00
 
Reply 1


....
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

คือต้องการสื่ออารายหรอ อ่านแล้วงง แล้วตรงลิลิตตะเลงพ่ายคืออะไรหรอ ช่วยบอกโผมมมมมที อ่านแล้วงงงจัด พอดีโง่ภาษาไทอยู่ด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 00:30:00

Reply 2


canon
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

อ่านออกเสียงแล้ว ยังสติลงงอยู่

จะพูดถึงเรื่องเสียงวรรณยุกต์ หรือว่าอะไรอะ???

ถ้าจะว่าเรื่องข้อสอบที่ตะเลงพ่าย(และวรรณคดีอื่นๆ)ไม่น่าออก ก็มีเยอะเหมือนกันนะ โดยเฉพาะข้อสอบเอนท์ที่ไม่มีเฉลยที่เชื่อถือได้ชัดเจน

ไว้ว่างๆ จะเอาข้อสอบเอนท์และเฉลยที่แย่ๆ มาให้ดูเป็นตัวอย่าง


วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 04:32:00

Reply 3


รัตนาดิศร
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

ระบบเสียงในภาษาไทย จัดว่าเป็นระบบที่มีความงดงามและให้ความรู้สึกได้ดี  มีครั้งหนึ่งคณะราชทูตไทยไปเยือนประเทศฝรั่งเศส  ขุนนางชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้ แต่รู้สึกจะเป็นคนที่มีทฤษฎีเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ) เอ่ยปากชมว่าภาษาไทยนั้นฟังประดุจเสียงขับร้องดนตรีก็ไม่ปาน

เรื่องของคำเป็นคำตายนี่ก็เป็นความงามอย่างหนึ่ง ถ้าลองอ่านบทประพันธ์บทข้างต้นแล้วจะทราบได้ทันทีเลยว่า คำตายที่ผู้ประพันธ์บรรจงเลือกสรรนี้ต้องการสื่อความหมายอย่างไร

ธรรมชาติของคำตาย เป็นคำที่สั้น กระชับ เป็นการหยุดเสียงอย่างกระทันหันของคำ  สื่ออารมณ์ที่ตื่นเต้นเด็ดขาด หนักแน่นและรุนแรง  ถ้าเปรียบกับการเคลื่อนไหวก็เหมือนกับสิ้นสุดกริยาลงฉับพลัน

ส่วนคำเป็นนั้นให้อารมณ์เรื่อยๆ เอื่อยๆ บางทีก็ให้อารมณ์กลางๆ ไม่ชัดเจน

ในบทประพันธ์เรื่องลิลิตตะเลงพ่ายนี้  ถ้าได้อ่านจนจบจะรู้เลยว่าผู้ประพันธ์มีความสามารถในการเลือกใช้คำได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างยิ่ง  คำเป็น คำตาย การเล่นจังหวะ อักษรและวรรณยุกต์ ล้วนแต่สื่ออารมณ์ให้ผู้อ่านคล้อยตามได้เป็นอย่างดี


วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 17:14:00

Reply 4


....................
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

 คนอย่าหายไปนานซิ รออ่านบทความอยู่


วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 17:45:00

Reply 5


วุ้น
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

ก็ขึ้นชื่อว่าคำตายไงคะ

ความหมายหรืออะไรพวกนี้ก็จะไปในทำนอง ว่า พ่ายแพ้ อ่อนแรง อะไรแบบนั้น

   อุรารานร้าวแยก          ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ          ท่าวดิ้น

เหนือคอคชซอนซบ        สังเวช

วายชิวาตม์สุดสิ้น            สู่ฟ้าเสวยสวรรค์


วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 18:05:00

Reply 6


คน
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

ต้องขอเล่าความประทับใจเกี่ยวกับโคลงบทนี้ก่อน มีอยู่วันหนึ่งไปที่ร้านถ่ายเอกสารตรง มศว. ปทุมวัน เห็นเอกสารเรื่องตะเลงพ่ายของโรงเรียนนั้น ๆ วางอยู่ เขาประเดิมเรื่องด้วยโคลงบทนี้ (ที่จริงบทเริ่มเรื่องที่อ่านในวันนั้นมีอยู่ในหนังสือเรียนหลักสูตรใหม่ ใช้ชื่อว่า วรรณคดีวิจักษ์ โดยที่ความยาวของเรื่องตะเลงพ่ายนั้นถูกตัดไปมากกว่า ๒ ใน ๓ ของหลักสูตรเดิม)

ด้วยความที่ชอบอ่านทำนองเสนาะโคลง (แม้ว่าจะมีน้ำเสียงที่ทนฟังได้ยากก็ตาม) ก็เลยลองอ่านดู อ่านซ้ำไปซ้ำมาก็จำได้ขึ้นใจ คล้าย ๆ ว่าเป็นรักแรกเห็น...อะไรจะปานนั้น

คำอธิบายที่ รัตนาดิศร ได้ให้ไว้นั้น คงจะชัดเจนกว่าที่ผมจะตอบได้เสียอีก (โดยเฉพาะส่วนที่ใช้สีม่วงนั้น ขอบอกว่ากระจ่างอย่างยิ่ง ขอให้อ่านโดยพิเคราะห์ และต้องทราบด้วยว่า รัตนาดิศร ณ บัดนี้ก็คือนักเรียนแพทย์แห่งศิริราชพยาบาล แต่ก็นับได้ว่าเป็นผู้เจนจัดในทางวรรณศิลป์หาน้อยไม่)

แต่เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ #๔ ก็จะขออธิบายอย่างงู ๆ ปลา ๆ ประกอบไว้ด้วยละกัน

โคลงบทนี้บรรยายฉากที่พระมหาอุปราชาทิวงคต การใช้คำตายลงตรงท้ายวรรค ทำให้น้ำเสียงดูหนักแน่น มีพลัง สมมตินะครับ จะลองแปลงโคลงข้างต้นโดยใช้คำเป็นลงท้าย แล้วลองอ่านออกเสียงดู มันจะไม่ได้อารมณ์เท่า (ไม่ได้คิดแต่งแข่งหรือล้อเลียนรัตนกวีพระองค์นั้นเลย จะเป็นบาปกรรมเปล่า ๆ หากคิดเช่นนั้น...โปรดทราบด้วย)

     อุรารานร้าวแยก           แตกไป

เอนพระองค์ทันใด            ท่าวดิ้น

เหนือคอคชซอนไซ           สังเวช

วายชิวาตม์สุดสิ้น               สู่ฟ้าเสวยสวรรค์

ตลกเลยใช่มั้ยครับนี่ ถ้าลองออกเสียงดู

ทีนี้วกกลับมาที่ตัวคำถามของกระทู้ที่ว่า ข้อสอบที่ตะเลงพ่ายไม่น่าออก ก็ต้องการจะบอกว่า คำถามอย่างนี้นั้นมีลักษณะที่ทำให้ไม่น่าเอาไปออกข้อสอบอย่างน้อย ๒ ประการคือ

๑) มันลึกเกินไปสำหรับคนที่เรียนอย่างจดศัพท์จับข้อสอบ

๒) ตัวคำถามอาจนำมาซึ่งความแตกแยก หรืออย่างน้อยก็ความไม่ลงรอยทางความคิด ซึ่งในระดับมัธยมไม่ประสงค์ให้เป็นเช่นนั้น (แม้ในระดับอุดมศึกษาก็ตามเถอะ จะมุ่งหมายให้นักศึกษาได้ใช้สมองมากน้อยเพียงใด ก็น่าสงสัยอยู่)

แตกแยกอย่างไร?

ถ้าคุณเคย (หรือจะมีอุตส่าห์ไปค้น) อ่านกระทู้ชิ้นแรก ๆ ที่ผมเขียนลงที่นี้ (ก็ไม่ได้กล้าไปเขียนที่ไหนหรอกครับ) เรื่องเกี่ยวกับฉลองพระหัตถ์ไม่ใช่ถุงมือนั้น ผมก็อธิบายอย่างงู ๆ ปลา ๆ เช่นเคยว่า มือเป็นอวัยวะที่มีลักษณะพิเศษกว่าอวัยวะอื่น ก็ตรงที่มันเอาไปทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมาย ในขณะที่อวัยวะอื่น ๆ ไม่มี capacity สูงขนาดนั้น เมื่อ ฉลอง มาเจอมือ เลยมีความหมายที่เปลี่ยนไป

ทีนี้ผมก็นำเรื่องที่คิด ๆ นี้ไปเรียนถามอาจารย์ท่านหนึ่งว่ามันเข้าท่าหรือไม่ (พูดศัพท์วิชาการก็คือ "มีพลังอธิบายมากน้อยเพียงใด")  ท่านก็ว่า ราชาศัพท์นั้นมันเป็นเรื่องที่มีมาอยู่แต่เดิม โบราณบัญญัติไว้อย่างไร ก็ใช้ตามนั้นไป ที่เธอคิดมาก็ดีอยู่หรอก แต่มันก็ เป็นแค่ ความพยายามที่จะอธิบาย

ผมก็เลยเฉไฉไปคุยเรื่องอื่นต่อ...

พูดแล้วก็พูดให้หมด ๆ ไปทีเดียว คึอวิชาภาษาไทยนี่ ท่านจะเน้นมากเรื่องหลักที่โบราณให้ไว้ ก็ดีนะครับ แต่ภาษามันยังกระดุ๊กกระดิ๊กกระด๊อกกระแด๊กได้อยู่ มันมีลมหายใจอยู่ (แม้ว่าของภาษาไทยจะอ่อนระทวยลงทุกทีแล้วก็ตาม) และมันก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยตามสภาวะ

คิดไปคิดมาก็เห็นทางอย่างหนึ่งว่า ถ้ากระไรก็ลองประนีประนอมระหว่างใหม่กับเก่าโดยที่ว่า ถ้าไม่อยากให้ใหม่มันเละเทอะเปรอะเปื้อนไปกว่านี้ เราก็ต้องจับหลักให้ถูก ซึ่งไม่น้อยก็อาจหาได้จากที่โบราณท่านว่าไว้ ทีนี้ที่ท่านว่าไว้บางทีก็จะเป็นตัวอย่างทางปฏิบัติเสียมาก เราลองมาหากฎหรือข้อกำหนดทั่วไปเพื่ออธิบายและตั้งเป็นเกณฑ์เทียบเคียงกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจะดีกว่าหรือไม่ที่จะมานั่งตั้งค่ายกีดกันของใหม่ และรักษาของเก่าไว้บนหิ้ง หรือเก็บไว้ในห้องเก็บของ ซึ่งนาน ๆ ไปคนรุ่นหลังอาจจะเอาไปขายสามล้อได้ ทีนี้มันจะไม่เหลืออะไรไว้เลย

เพราะฉะนั้น ที่พยายามคิด พยายามสังเกต แล้วก็เขียนสื่อมาตลอดนี้ ก็มีความหวังลึก ๆ ที่จะตั้งหลักกว้าง ๆ เพื่อใช้วินิจฉัยสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ นี้อย่างหนึ่ง แล้วก็อยากให้เราเรียนภาษาไทยกันอย่าง more meaningful กว่านี้

สรุปก็คือ เอาโคลงบทนี้มาให้ดู ก็เพื่อจะชี้ว่า ท่านบัญญัติเรื่องคำเป็นคำตายไว้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเป็นเครื่องมือเพราะถ้าเข้าใจจะช่วยให้อ่านวรรณกรรมสนุกขึ้นมาก หรือถ้าจะขีดเขียนอะไรเป็นการส่วนตัว ก็จะช่วยให้สรรคำได้ไพเราะเหมาะความกว่าก่อน

ไม่ใช่ว่า คิดเรื่องคำเป็น-คำตาย ลอย ๆ ขึ้นมาจากอากาศ แล้วก็ส่งเป็นน้ำลายกระสือให้คนรุ่นต่อมารับไปอย่างจำใจและไม่เข้าใจ

(ขออภัยที่ว่าแรงไป และใช้อังกฤษปนบ้าง ทั้งหมดก็เพื่อให้สารลงไปแตกตัวแตกกระบวนคิดในตัวคนอ่านทุกคนที่เพียรอ่านมาจนจบได้...มาสเตอร์เบลนด์ขอคารวะ)


วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 23:01:00

Reply 7


มิก
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

rep 3 เหมือนจะมีความรู้เรื่องภาษาไทยนะ

 

...

 

สะกดคำผิด

 

เหอะ


วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 08:52:00

Reply 8


canon
77c641bf-e427-4395-a7fa-9b0d7732d71a

อืมมม เยี่ยมๆๆๆ

แต่รู้สึกจะไม่ค่อยเกี่ยวกับหัวข้อนะ

จะบอกว่า ข้อสอบที่ว่าคือ "ทำไมบทนี้ถึงต้องเป็นคำตาย" อะไรประมาณนี้ป่าว

 

ถึงมันจะดูว่ายากเกินสติปัญญาของ "พวกจดศัพท์จับข้อสอบ" แต่มันเป็นข้อสอบที่เหมาะกับจุดประสงค์ของการเรียนระบบใหม่นะ ฮ่าๆ

..............ตราบใดที่คนตรวจมีวุฒิภาวะ+ความสามารถ+ความยุติธรรมเพียงพอ..............


วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 21:49:00